ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่นับวันจะรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น รับประทานอาหารไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และมีความเครียด เป็นต้น ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ซึ่งปัจจุบัน คนไทยป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวนมาก โดยพบว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิตลำดับต้นๆ เนื่องจากเมื่อเป็นแล้ว มักไม่รู้ตัวจึงไม่ได้เข้ารับการรักษาและดูแลสุขภาพตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ

สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอแล้ว อาจจะหาตัวช่วยสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น สองคู่ซี้เพื่อการดูแลหัวใจและหลอดเลือดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ กระเทียมและเลซิติน

“กระเทียม” จัดเป็นสมุนไพรในครัวเรือนที่มีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคมายาวนาน ปัจจุบันถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพอย่างแพร่หลายต่อเนื่อง สารออกฤทธิ์สำคัญของกระเทียม คือ อัลลิซิน ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด กระเทียมถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีงานวิจัยสนับสนุนเรื่องการลดโคเลสเตอรอลในเลือดมากพอสมควร ซึ่งข้อสรุปที่ได้จากงานวิจัยส่วนหนึ่งพบว่าทั้งกระเทียมสดและกระเทียมผงสามารถช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลรวม โคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล และอนุมูลอิสระในเลือดได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีส่วนช่วยให้ระดับโคเลสเตอรอลชนิดเอชดีแอลเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

แม้ว่ากระเทียมจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในการช่วยลดไขมัน แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบรับประทานกระเทียมสด เนื่องจากมีกลิ่นรสเฉพาะตัวค่อนข้างแรงและอาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ ก็มีตัวเลือกที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น คือ เลือกรับประทานในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สามารถพกไปได้ทุกที่ทานได้ทุกเวลา ได้ปริมาณการรับประทานที่ แน่นอน แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นปากอีกด้วย

“เลซิติน” เป็นสารประกอบไขมันในกลุ่มฟอสโฟลิปิด ที่มีโครงสร้างประกอบไปด้วย กรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว เกลือฟอสเฟต และกลีเซอรอล นอกจากนี้มักพบโมเลกุลของวิตามินบีรวมอยู่ด้วย เช่น โคลีน และอิโนซิทอล เลซิตินมีคุณสมบัติเป็นสารอิมัลซิไฟเออร์ทำให้น้ำและน้ำมันละลายเข้ากันได้ พบว่าเลซิตินป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยพบมากในสมอง และเลซิตินยังเป็นองค์ประกอบของน้ำดีอีกด้วย เลซิตินมีความสำคัญต่อร่างกายในการควบคุมกระบวนการต่างๆ ภายในเซลล์ ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ เลซิตินยังถูกผลิตขึ้นได้ที่ตับ โดยใช้กรดไขมันจำเป็น วิตามินบี รวมถึงสารอาหารสำคัญอื่นๆ ดังนั้น หากร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ เหล่านี้ไม่เพียงพอก็อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับเลซิตินไม่เพียงพอได้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันพบว่ามีการบริโภคเลซิตินเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ โดยเลซิตินในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สกัดจากพืชอย่างถั่วเหลืองเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากให้กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น กรดลิโนเลอิก กรดแอลฟาลิโนเลนิก และกรดอะราชิโดนิก ดังนั้น ในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงพบว่า เลซิตินมีบทบาทในการช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลได้ เนื่องจากคุณสมบัติของเลซิตินที่ช่วยลดการดูดซึมของโคเลสเตอรอลในทางเดินอาหาร และเพิ่มการสร้างน้ำดีจากโคเลสเตอรอลในเลือดมากขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงของโคเลสเตอรอลที่จะเกาะตามผนังหลอดเลือด และการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ นอกจากนี้ เลซิตินยังมีส่วนช่วยให้ตับมีการเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยบำรุงตับและทำให้การทำงานของตับเป็นปกติอีกด้วย