vitb_fatigue_detail1.jpg 

รู้หรือไม่ว่า ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยที่สุดในสังคมปัจจุบัน คือ ‘อาการอ่อนเพลีย’ อุบัติการณ์โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง พบได้สูงถึง 17.7% ในคนวัยทำงาน งานวิจัยพบว่า ความอ่อนเพลีย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงได้ถึง 54% และหากเป็นต่อเนื่องจนเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณความเจ็บป่วยของร่างกายได้

อาการอ่อนเพลียทางร่างกายมีความแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาจมีอาการอ่อนเพลียเพียงร่างกายเท่านั้น แต่บางคน อ่อนเพลียทั้งกาย จิตใจซึมเศร้า และกระทบกับคนรอบข้างได้ อาการอ่อนเพลียเรื้อรังมากกว่า 6 เดือน แพทย์จะเรียกว่า ‘โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง’ และจัดเป็นอาการไม่สบายที่ต้องการการรักษา

สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย

สาเหตุที่พบได้บ่อยๆ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ตรากตรำทำงานหนัก อากาศที่ร้อนจัด ความวิตกกังวล ความเครียด ขาดสารอาหาร หรืออาจเกิดจากโรค เช่น โรคติดเชื้อ หรือการเจ็บป่วยอื่นๆ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะร่วมอย่างหนึ่ง คือ ร่างกายไม่สามารถผลิตพลังงานให้เพียงพอต่อเนื่องและทันกับความต้องการของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

โดยทั่วไป ร่างกายของเราจะมีระบบดูดซึมสารอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เข้าสู่ร่างกาย เพื่อสำรองเป็นพลังงานไว้ใช้ให้เพียงพอ แต่สารอาหารเหล่านี้ ยังไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานในร่างกายได้ในทันที แต่จะต้องนำไปผ่านกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานก่อน โดยจำเป็นต้องมีทั้งสารอาหารที่เพียงพอและวิตามินบีรวม ทั้ง 8 ชนิด เพื่อให้กระบวนการมีประสิทธิภาพ และสามารถผลิตพลังงานไปให้ร่างกายใช้ได้ทัน

วิตามินบี (Vitamin B) คืออะไร?

วิตามินบี คือ สารอาหารที่ร่างกายต้องการจากอาหาร เพื่อรักษาระดับการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้คงที่ วิตามินบี ละลายได้ในน้ำ และไม่สามารถถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกายได้นาน จึงจำเป็นต้องได้รับทุกวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยวิตามินบี ประกอบด้วย

• วิตามินบี 1 (ไธอะมีน)

• วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน)

• วิตามินบี 3 (ไนอะซิน)

• วิตามินบี 5 (กรดแพนโทธีนิค)

• วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน)

• วิตามินบี 7 (ไบโอติน)

• วิตามินบี 9 (กรดโฟลิค)

• วิตามินบี 12 (โคบาลามิน)

vitb_fatigue_detail2.jpg

ทำไมต้องเสริมวิตามินบี?

เพราะร่างกายเรามีการสูญเสียวิตามินได้อยู่ตลอดเวลา จากสาเหตุต่างๆ ดังนี้

• ความเครียดที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายต้องใช้วิตามินมากขึ้น

• ร่างกายทำงานต่อเนื่องนานๆ หรือออกกำลังกายหนัก ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิตามินมากขึ้น

• การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนหลับน้อย ทำให้สูญเสียวิตามินบีรวมได้ง่าย

• การดื่มเครื่องดื่มชา กาแฟ ทำให้สูญเสียวิตามินบีไปกับปัสสาวะมากขึ้น

• สารปนเปื้อนที่มากับอาหารนอกบ้าน ยาฆ่าแมลงในผักผลไม้ ทำให้ร่างกายต้องใช้วิตามินบีรวมสูงขึ้น

กินวิตามินบีมากเกินไป มีผลเสียหรือไม่?

• วิตามินบีรวม 8 ชนิด เป็นวิตามินละลายนํ้า ไม่สะสมในร่างกาย บางส่วนจะมีการขับออกทางปัสสาวะ

• อย่างไรก็ตาม บางคนที่กินวิตามินบีรวมขนาดสูงเป็นเวลานานๆ ร่างกายจะปรับให้มีการขับวิตามินเร็วตาม เพื่อรักษาสมดุล จึงอาจเกิดอาการขาดวิตามินบี ในช่วงที่หยุดกินทันที

vitb_fatigue_detail3.jpg

เทคโนโลยี Dual Action

หรือเทคโนโลยีการปลดปล่อย 2 ขั้น ที่บรรจุวิตามินบี 8 ชนิดที่จำเป็นไว้ใน 1 เม็ด

• ในชั่วโมงแรก ด้านสีเหลืองเข้ม จะปลดปล่อยวิตามินบี 2 และวิตามินบี 12 ในกระเพาะอาหาร

• หลังจากนั้น ด้านสีเหลืองอ่อน จะค่อยๆ ปลดปล่อยวิตามินบีอีก 6 ตัว (บี 1 บี 3 บี 5 บี 6 บี 7 และบี 9) เพื่อดูดซึมที่ลำไส้

• การปลดปล่อยแบบ 2 ขั้น ช่วยให้ร่างกายดูดซึม และรักษาระดับวิตามินบีรวมได้ดีขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินขนาดสูงๆ

• จะอยู่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบีรวมทั้ง 8 ชนิด ตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมง

• ไม่ต้องกินหลายครั้ง ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร

vitb_fatigue_detail4.jpg

วิตามินบีรวม เหมาะกับใครบ้าง

• เหมาะกับผู้คนส่วนใหญ่ ที่ต้องการมั่นใจว่าร่างกาย ได้รับสารอาหารที่จำเป็นตลอดเวลาที่ทำงาน

• เหมาะกับผู้ที่กินอาหารได้ไม่หลากหลาย เช่น ผู้ที่กำลังควบคุมหรือลดน้ำหนัก หรือผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ เป็นต้น

• เหมาะกับผู้ที่สูญเสียวิตามินได้ง่าย เช่น ออกกำลังกายหนัก ดื่มเครื่องดื่มชา กาแฟ หรือ ต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อออกสังคม

• เหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหาร และวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ ได้ช้าและน้อยลง

ข้อมูลอ้างอิง

1. Chang-Gue S. Review of the Prevalence of Chronic Fatigue Worldwide. The Journal of Korean Oriental Medicine; 2012. Vol.33. No.2. 25-33.

2. JOSEPH RY, SARAH MT. Chronic Fatigue Syndrome: Diagnosis and Treatment. Am Fam Physician. 2012 Oct 15;86(8):741-746.

3. David O. Kennedy. B Vitamins and the Brain: Mechanisms, Dose and Efficacy—A Review. Nutrients. 2016 Feb; 8(2): 68.

4. THAI RECOMMENDED DAILY INTAKES-THAI RDI, บัญชีหมายเลข 3, เอกสารแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 182) พ.ศ. 2541

5. Kerns, J.C.; Arundel, C.; Chawla, L.S. Thiamin deficiency in people with obesity. Adv. Nutr. Int. Rev. J. 2015, 6, 147–153.

6. Bates, C.J. Thiamine. In Handbook of Vitamins, 4th ed.; Zempleni, J., Rucker, R.B., McCormick, D.B., Suttie, J.W., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2007.

7. Rivlin, R.S. Riboflavin (vitamin B2). In Handbook of Vitamins, 4th ed.; Zempleni, J., Rucker, R.B., McCormick, D.B., Suttie, J.W., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2007.

8. Sinigaglia-Coimbra, R.; Lopes, A.C.; Coimbra, C.G. Riboflavin deficiency, brain function, and health. In Handbook of Behavior, Food and Nutrition; Springer: Berlin, Germany, 2011; pp. 2427–2449.

9. Kirkland, J.B. Niacin. In Handbook of Vitamins, 4th ed.; Zempleni, J., Rucker, R.B., McCormick, D.B., Suttie, J.W., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2007.

10. Rucker, R.B.; Bauerly, K. Pantothenic acid. In Handbook of Vitamins, 5th ed.; Zempleni, J., Suttie, J.W., Gregory, J.F., III, Stover, P.J., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2013.

11. Dakshinamurti, S.; Dakshinamurti, K. Vitamin b6 . In Handbook of Vitamins, 5th ed.; Zempleni, J., Suttie, J.W., Gregory, J.F., III, Stover, P.J., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2013.

12. Morris, M.S.; Picciano, M.F.; Jacques, P.F.; Selhub, J. Plasma pyridoxal 51 -phosphate in the us population: The national health and nutrition examination survey, 2003–2004. Am. J. Clin. Nutr. 2008, 87, 1446–1454.

13. Mock, D.M. Biotin. In Handbook of Vitamins, 4th ed.; Zempleni, J., Rucker, R.B., McCormick, D.B., Suttie, J.W., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2007.

14. Reynolds, E. Vitamin B12, folic acid, and the nervous system. Lancet Neurol. 2006, 5, 949–960.

15. Green, R.; Miller, J. Vitamin B12. In Handbook of Vitamins, 4th ed.; Zempleni, J., Rucker, R.B., McCormick, D.B., Suttie, J.W., Eds.; CRC Press: Boca Raton, FL, USA, 2007.

16. Huskisson, E.; Maggini, S.; Ruf, M. The role of vitamins and minerals in energy metabolism and well-being. J. Int. Med. Res. 2007, 35, 277–289.