ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ แต่กลับถูกมองข้ามมากที่สุด เราอาจตรวจสุขภาพทั้งร่างกายได้ แต่กว่าจะได้ดูแลสุขภาพตาก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติแสดงออกมา ที่แย่ก็คือโรคทางสายตาบางโรคจะไม่แสดงอาการจนกว่าจะอยู่ในขั้นรุนแรง ถึงวันนั้น..อาจจะสายไปสำหรับการรักษา อย่างไรก็ตาม 80% ของอาการทางสายตาสามารถป้องกันได้จากโภชนาการและการรักษาที่ถูกต้อง เช่น กินอาหารที่อุดมด้วยสารสกัดจากบิลเบอร์รี สารสกัดจากดอกดาวเรือง สารสกัดจากผลแบล็คเคอร์เรนต์ ผักโขม วิตามินเอ เป็นต้น

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายดวงตา

  • ใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน
  • อ่านหนังสือหรือใช้สายตาในที่แสงน้อย
  • สัมผัสแสงอาทิตย์และแสงยูวีปริมาณมาก
  • ขับรถตอนกลางคืน
  • สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

5 อาการและปัจจัยเสี่ยงทางสายตา

ในขณะที่โลกมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้เราใช้ดวงตามากขึ้น และยังได้รับแสงจากทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ จึงส่งให้คนในยุคปัจจุบันมีอาการและปัจจัยเสี่ยงทางสายตา 5 ประการดังนี้

  1. Blurred vision ตาพร่ามัว มองภาพได้ไม่ชัดเจน จากงานวิจัยพบว่า ประชากรผู้ใหญ่มากถึง 70% ที่ทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ จะมีอาการสายตาพร่ามัว ปวดศีรษะ
  2. Light damage ตาเสื่อมจากการทำลายของแสง ซึ่งมีทั้งแสงสีน้ำเงินจากรังสียูวีและแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น ผู้ที่อยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน โดยไม่มีเครื่องป้องกัน และผู้ที่ใช้สายตาอยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการตาเสื่อม จากงานวิจัยพบว่า ปัจจุบันเราใช้ใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงต่อวัน ผลที่ตามมา คือ เลนส์ตาและมาคูลาจะมีปัญหา ส่งผลระยะยาวให้เกิดเป็นต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
  3. Eye strained ตาล้าอันเกิดจากการที่ดวงตาทำงานหนัก หรือสัมผัสกับแสงสว่างเป็นเวลานานจากการทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงภาวะเครียดของดวงตา
  4. Night blindness ตาบอดกลางคืน หรือปรับสายตาในที่มืดนานกว่าปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดวิตามินเอหรือแคโรทีนอยด์
  5. Dryness อาการตาแห้ง ขาดน้ำตาหล่อเลี้ยงดวงตา เป็นปัญหาที่พบมากจากการทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ใหญ่ในประเทศมีปัญหาตาแห้งมากถึง 4.88 ล้านคน ข้อมูลในประเทศไทยก็อยู่ในระดับสัดส่วนเดียวกัน

สารอาหารเพื่อสุขภาพดวงตา

องค์การอนามัยโลก พบว่า 80% โรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาและการมองเห็น ป้องกันได้ด้วยโภชนาการและการรักษาที่ถูกต้อง เราจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาดังนี้

สารสกัดจากบิลเบอร์รี

มีไฟโตนิวเทรียนท์จำนวนมาก แต่สารสำคัญที่มีประโยชน์คือ กลุ่มแอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides)

  • เพิ่มสมรรถภาพการมองเห็นในที่มืด
  • ช่วยลดระยะเวลาในการปรับแสงจากสว่างไปสู่ที่มืดหรือที่มีแสงสลัวได้เร็วขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์ภายในจอประสาทตา ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
  • ลดความเสี่ยงของการตาบอด สำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงสว่างจ้ามากๆ หรือแสงแฟลช ซึ่งสามารถทำลายจอประสาทตาจนอาจทำให้ตาบอดได้
  • ปกป้องโครงสร้างของผนังหลอดเลือดฝอย ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น ส่งผลดีต่อเนื้อเยื่อที่มีเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงจำนวนมาก เช่น จอประสาทตา
  • แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันต้อกระจก

สารสกัดจากดอกดาวเรือง

ให้สารสำคัญคือ ลูทีน (Lutein) ลูทีนมักพบร่วมกับซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นไอโซเมอร์ของลูทีน

  • ช่วยให้มองภาพได้คมชัดและเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น
  • ป้องกันปัญหาจากแสงยูวีในแสงแดด ชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวอันเนื่องจากความเสื่อมของเลนส์ตา
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องดวงตาโดยการดูดซึมแสงสีน้ำเงินและแสงสีเหนือม่วงหรืออุลตร้าไวโอเล็ตจากรังสีดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อดวงตามนุษย์
  • ปกป้องดวงตาจากปัจจัยที่อาจทำลายจอประสาทตา เช่น การสูบบุหรี่ มลพิษ และความเครียด เป็นต้น
  • งานวิจัยทางคลินิกของ Bone และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติฟลอริด้า (Florida International University) ตีพิมพ์ใน Journal of Nutrition ปี 2003 ในชายและหญิงจำนวน 21 คน แสดงให้เห็นถึงการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ประกอบด้วยลูทีนขนาด 2.4 – 30 มก./วัน เป็นเวลา 6 เดือน สามารถเพิ่มระดับลูทีนทั้งภายในเลือดและบริเวณจุดรับภาพของจอประสาทตาได้เฉลี่ย 128% และ 10% ตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญ

สารสกัดจากผลแบล็คเคอร์เรนต์

อุดมด้วยไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิด โดยหลายตัวในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติของสารต้านอนุมูลอิสระ

ได้แก่ วิตามินซี แอนโธไซยานิน (Anthocyanins) แอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) โปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidins) นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์อีกด้วย

  • สารแอนโธไซยาโนไซด์ช่วยป้องกันปัญหาตาบอดในเวลากลางคืนได้ดี
  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดฝอยของดวงตา
  • สารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ เช่น แคสซิส โพลีแซคคาไรด์ หรือ CAPS (Cassis Polysaccharide) มีรายงานว่าสารกลุ่มนี้ช่วยป้องกันปัญหาบางอย่างของดวงตาได้ เช่น รายงานของ Dejima และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Biosci Biotechnol Biochem ปี 2007 พบว่า ผู้ที่มีปัญหา Japanese Cedar Pollinosis อันเกิดจากการแพ้เกสรของต้นสนญี่ปุ่น มีอาการคันที่ดวงตาและน้ำตาไหลบ่อย เมื่อเสริมสารสกัดแบล็คเคอร์เรนต์พบว่าสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้

ผักโขม

อุดมด้วยไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิด เช่น โคลีน (Choline) อิโนซิทอล (Inositol) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) หลายกลุ่ม เช่น ลูทีน เป็นแหล่งสำคัญของวิตามินเอและวิตามินซี

สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผักโขมช่วยป้องกันปัญหาอนุมูลอิสระที่ก่อปัญหาในดวงตา การศึกษาของ Kopsell และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร J Agric Food Chem ปี 2006 พบว่า เมื่ออาสาสมัครจำนวน 10 คนบริโภคสารสกัดจากผักโขม 50 กรัม นาน 12 สัปดาห์ ระดับลูทีนในเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อดวงตา

อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินเอหรือสารสังเคราะห์วิตามินเอ

  • ป้องกันอาการตาบอดในเวลากลางคืน
  • ป้องกันการตาบอดจากการขาดวิตามินเอ
  • เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อของดวงตาช่วยการคงรูปของดวงตา
  • การขาดวิตามินเอจึงส่งผลเสียต่อการทำหน้าที่ของดวงตาอย่างรุนแรง
ข้อมูลอ้างอิง
  1. Snell RS, Lemp MA. Clinical Anatomy of the Eye, Second Edition. London: Blackwell Science Ltd, 1998 Online ISBN: 9781118690987.
  2. WHO. Visual impairment and blindness. Fact Sheet N°282 updated August 2014. http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs282/en/ Retrieved on 14 Dec 2015.
  3. New York Department of Health. https://www.health.ny.gov/statistics/brfss/reports/docs/vision_brfss_volume_14_number_1.pdf Retrieved 10 Jan 2016
  4. Georgia Newsday. Nearly 70 percent of adults suffer from blurred vision, back pain and headaches caused by staring at their computer screens. 01092014. http://www.georgianewsday.com/news/regional/204883-nearly-70-percent-of-adults-suffer-from-blurred-vision-back-pain-and-headaches-caused-by-staring-at-their-computer-screens.html . Retrieved 10 Jan 2016
  5. WHO. Global prevalence of night blindness and number of individuals affected in populations of countries at risk of vitamin A deficiency 1995-2005http://www.who.int/vmnis/database/vitamina/table1/en/ Retrieved 10 Jan 2016
  6. American Academy of Opthalmology. Eye Health Statistics. http://www.aao.org/newsroom/eye-health-statistics. Retrieved 10 Jan 2016.
  7. Smeriglio A, Monteleone D, Trombetta D. Health effects of Vaccinium myrtillus L.: evaluation of efficacy and technological strategies for preservation of active ingredients. Mini Rev Med Chem. 2014;14(7):567-84.
  8. Kruger CL, Murphy M, DeFreitas Z, Pfannkuch F, Heimbach J. An innovative approach to the determination of safety for a dietary ingredient derived from a new source: case study using a crystalline lutein product. Food Chem Toxicol. 2002; 40(11): 1535-49.
  9. Manayi A, Abdollahi M, Raman T, Nabavi SF, Habtemariam S, Daglia M, Nabavi SM. Lutein and cataract: from bench to bedside. Crit Rev Biotechnol. 2015; 8: 1-11.
  10. Bernstein PS, Li B, Vachali PP, Gorusupudi A, Shyam R, Henriksen BS, Nolan JM. Lutein, zeaxanthin, and meso-zeaxanthin: The basic and clinical science underlying carotenoid-based nutritional interventions against ocular disease. Prog Retin Eye Res 2015; Nov 2. pii: S1350-9462.
  11. Wu J, Cho E, Willett WC, Sastry SM, Schaumberg DA. Intakes of Lutein, Zeaxanthin, and Other Carotenoids and Age-Related Macular Degeneration During 2 Decades of Prospective Follow-up. JAMA Ophthalmol. 2015; 133: 1415-24.
  12. Widomska J, Subczynski WK.Why has Nature Chosen Lutein and Zeaxanthin to Protect the Retina? J Clin Exp Ophthalmol. 2014; 5: 326.
  13. Tian Y, Kijlstra A, Webers CA, Berendschot TT.Lutein and Factor D: two intriguing players in the field of age-related macular degeneration. Arch Biochem Biophys. 2015; 572: 49-53.
  14. Hobbs RP, Bernstein PS.Nutrient Supplementation for Age-related Macular Degeneration, Cataract, and Dry Eye. J Ophthalmic Vis Res. 2014; 9(4): 487-93.
  15. Xue C, Rosen R, Jordan A, Hu DN. Management of Ocular Diseases Using Lutein and Zeaxanthin: What Have We Learned from Experimental Animal Studies? J Ophthalmol. 2015;2015:523027.
  16. Evans JR, Lawrenson JG. Antioxidant vitamin and mineral supplements for slowing the progression of age-related macular degeneration. Cochrane Database Syst Rev. 2012; 11: CD000254.
  17. Lawrenson JG, Grzybowski A. Controversies in the Use of Nutritional Supplements in Ophthalmology. Curr Pharm Des. 2015; 21(32): 4667-72.
นิวทริไลท์ ดับเบิ้ลเอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์